หน้าแรก

กิจกรรมของตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์


Slider
Slider

แอปพลิเคชัน "Police i lert u" คืออะไร มีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร และมีประโยชน์ในเรื่องใดบ้าง ติดตามชมรายการรู้เท่ารู้ทัน ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 07.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/Rutan

Slider

สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Facebook Fanpage :: @policetv.tv

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

#น้ำใจตำรวจอุดรแจกข้าว อาหาร
#ช่วยคนยามยากจากวิกฤตโควิด19

❤️“โครงการ ตำรวจไทย ห่วงใยประชาชน"
#รับอาหารฟรีครับ ครั้งที่6

🔺วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2563 เวลา 16.30 น.
🔺พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, ทพญ.วิลินดา อุณหเสรี ประธานแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.รักษ์พงศ์ รัตนพงศ์ ปรท.ผกก.ฝอ.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ, ดร.ณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ, กต.ตร.สภ.เพ็ญ, ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่เทศบาลอำเภอเพ็ญ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ็ญ และ คณะแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี
🔺ร่วมแจกจ่ายอาหารตามโครงการ "รับอาหารฟรีครับ" จาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., ดร.บุษบา ชัยจินดา ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.ท.เจริญวิทย์​ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

#เยี่ยมบ้านดูแลผู้พิการ

(hearts)ให้การช่วยเหลือคนพิการผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและบำรุงขวัญให้กับประชาชนในพื้นที่
อ.เพ็ญ

www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2912178235564904&id=267019593414128
... อ่านต่อย่อสั้น

28 May 2020, 11:34

#น้ำใจตำรวจอุดรแจกข้าว อาหาร
#ช่วยคนยามยากจากวิกฤตโควิด19❤️“โครงการ ตำรวจไทย ห่วงใยประชาชน
#รับอาหารฟรีครับ ครั้งที่6🔺วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2563 เวลา 16.30 น.
🔺พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, ทพญ.วิลินดา อุณหเสรี ประธานแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.รักษ์พงศ์ รัตนพงศ์ ปรท.ผกก.ฝอ.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ, ดร.ณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ, กต.ตร.สภ.เพ็ญ, ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่เทศบาลอำเภอเพ็ญ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ็ญ และ คณะแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี
🔺ร่วมแจกจ่ายอาหารตามโครงการ รับอาหารฟรีครับ จาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., ดร.บุษบา ชัยจินดา ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.ท.เจริญวิทย์​ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)#เยี่ยมบ้านดูแลผู้พิการ(hearts)ให้การช่วยเหลือคนพิการผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและบำรุงขวัญให้กับประชาชนในพื้นที่
อ.เพ็ญhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2912178235564904&id=267019593414128

Comment on Facebook

ดูตั้งแต่ ข้าวสาร กิโล 5 บาทค่ะ ตำรวจไทยค่ะ

ดีต่อใจ

❤❤❤

สาธุนำเด้อจ้า

♒♌⛎ รูปน่ารัก

กราบขอบคุณครับ💖🙏🙏🙏

ขอแสดงความยินดีกับ ตำรวจที่ดีด้วยนะคะ

View more comments

#บุกจับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง #เถื่อนไม่มีเลข อย. ในพนัสนิคม

#ชุดปราบปรามผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการ ให้ พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 สตม. หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพทย์ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.เอกรัตน์ ทัศเจริญ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย ชุดปฏิบัติการปราบปรามผลิตภัณฑ์และสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนจับกุมผู้ลักลอบ ผลิตเครื่องสำอางเถื่อน และมีการลักลอบ ใส่สารอันตรายที่ห้ามใช้เป็นวัตถุในการผลิตเครื่องสำอาง ในพื้นที่ อ.พนัสนิคม โดยนำหมายค้นจากศาลแขวงชลบุรีเข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่162/2 หมู่ 10 ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และบ้านเลขที่ 163 หมู่ 10 ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พบเครื่องสำอางเถื่อน ไม่มีเลข อย.หลายรายการ เนื้อครีมที่ต้องสงสัยใส่ปรอท กว่า 50 ถังๆ50 กิโลกรัม และอุปกรณ์ในการผลิตจำนวนมาก โดยลักลอบผลิตส่งจำหน่ายตลาดโรงเกลือ และจำหน่ายในตลาดดอนเมือง นำของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินการต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหา ผลิตเครื่องสำอางโดยไม่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากตรวจพบสารปรอท จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมมผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.ฯ ฝากเตือนประชาชน ผู้บริโภคให้เลือกซื้อเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีเลขจดแจ้ง มีสถานที่ผลิตชัดเจน หากประชาชนพบเห็นผู้ลักลอบกระทำผิดลักษณะเดียวกันนี้ สามารถแจ้งชุดปราบปรามผลิตภัณฑ์และสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันทีเพื่อดำเนินการจับกุมต่อไป
... อ่านต่อย่อสั้น

28 May 2020, 10:42

#บุกจับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง #เถื่อนไม่มีเลข อย. ในพนัสนิคม#ชุดปราบปรามผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.เพิ่มพูน  ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการ ให้ พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 สตม. หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์  สารถวัลย์แพทย์ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.เอกรัตน์ ทัศเจริญ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์  เดชะพันธ์ พ.ต.ท.ธวัชชัย  โป๊ะโดย ชุดปฏิบัติการปราบปรามผลิตภัณฑ์และสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนจับกุมผู้ลักลอบ ผลิตเครื่องสำอางเถื่อน และมีการลักลอบ ใส่สารอันตรายที่ห้ามใช้เป็นวัตถุในการผลิตเครื่องสำอาง ในพื้นที่ อ.พนัสนิคม โดยนำหมายค้นจากศาลแขวงชลบุรีเข้าทำการตรวจค้น บ้านเลขที่162/2 หมู่ 10 ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และบ้านเลขที่ 163 หมู่ 10 ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พบเครื่องสำอางเถื่อน ไม่มีเลข อย.หลายรายการ เนื้อครีมที่ต้องสงสัยใส่ปรอท กว่า 50 ถังๆ50 กิโลกรัม และอุปกรณ์ในการผลิตจำนวนมาก โดยลักลอบผลิตส่งจำหน่ายตลาดโรงเกลือ และจำหน่ายในตลาดดอนเมือง นำของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินการต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหา ผลิตเครื่องสำอางโดยไม่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากตรวจพบสารปรอท จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมมผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.ฯ ฝากเตือนประชาชน ผู้บริโภคให้เลือกซื้อเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีเลขจดแจ้ง มีสถานที่ผลิตชัดเจน หากประชาชนพบเห็นผู้ลักลอบกระทำผิดลักษณะเดียวกันนี้ สามารถแจ้งชุดปราบปรามผลิตภัณฑ์และสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันทีเพื่อดำเนินการจับกุมต่อไป

Comment on Facebook

สีสดมาก

จัดให้หมดเลย

ขอบคุณมากค่ะไม่งั้นผู้บริโภคจะแย่ที่ใช้ของไม่มีคุณภาพ 👹

มีมากยุคนี้ๆๆรง.ตามย้านตามซอยเกลื่อนเมิอง

ครีมยี่ห้ออะไรค่ะ

บอกยี่ห้อหน่อยค่ะ

ใช้ครีมมั่วๆหน้าพังได้เลย

หูยยย😲😲😲

ดีค่ะ จับให้หมดค่ะ ประชาชนจะได้อุ่นใจค่ะ

View more comments

กองปราบรวบ หนุ่มพ่อครัว“ตุ๋นรักเกมออนไลน์” อ้างเป็นเจ้าของร้านอาหารในฮ่องกง กุเรื่องญาติป่วย หลอกสาวให้โอนเงินมา สุดท้ายเปย์แฟนสาว

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง, พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดำเนินการสืบสวนจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฎิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป. บูรณนาการกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ และ ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม
ร่วมกันจับกุม นายทศพล หรือ ป่าน (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 123/2563 ลง 21 พ.ค. 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง”

สถานที่จับกุม บริเวณหมู่ 1 ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์
พฤติการณ์ในคดี เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้เล่นเกมออนไลน์ (ซึ่งเป็นเกมที่มีการสร้างตัวตนบนโลกโซเชียลสามมิติโดยเกมนี้สามารถแชทกับเพื่อนและจำลองสถานการณ์เสมือนจริงกับผู้เล่นอื่น) และได้รู้จักกับนายป่าน โดยมีการพูดคุยในเกมออนไลน์ ซึ่งนายป่านได้หลอกลวง น.ส.เอ อ้างว่าตนเป็นลูกเจ้าของร้านอาหารที่ฮ่องกง มีหน้าที่ดูแลกิจการร้านอาหารที่ฮ่องกง
ต่อมาประมาณต้นเดือน มิถุนายน 2562 นายป่านฯ ได้หลอกลวง น.ส.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าย่าของนายป่านฯ ป่วยเป็นมะเร็ง พักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ไม่มีเงินรักษา ต้องการใช้เงินด่วน ซึ่งนายป่านฯ หาทางส่งเงินให้ญาติไม่ได้ เพราะร้านส่งเงินปิดหมด และได้บอกว่าตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่จองไว้เลื่อนตั๋วไม่ได้ จึงบอกให้ น.ส.เอ โอนเงินจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชีของ นายต้น ซึ่งอ้างว่าเป็นญาติของนายป่านฯ ไปให้ก่อน และ น.ส.เอ หลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีดังกล่าวไป หลังจากที่ น.ส.เอ ได้โอนเงินจำนวน 20,000 บาทแล้ว ต่อมาประมาณอีก 2 วัน นายป่านฯ ได้ติดต่อ น.ส.เอ อีกครั้งว่าต้องการใช้เงินจำนวนมาก ให้ น.ส.เอ ไปกู้เงินมาให้จำนวน 20,000 บาท โดยสัญญาว่าเมื่อกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 จะเคลียเงินคืนให้ น.ส.เอ ตามที่ได้บอกให้ น.ส.เอ จึงโอนเงินเข้าบัญชีญาติของนายป่านฯ ตามที่นายป่านบอก และในครั้งสุดท้าย นายป่านฯ ยังคงติดต่อ น.ส.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊กเช่นเดิมว่า ให้ช่วยหาเงินอีก 10,000 บาท เป็นครั้งสุดท้าย โดยให้โอนเช้าบัญชีที่นายป่านฯ อ้างว่าเป็นญาติ ซึ่ง น.ส.เอ ก็ยอมโอนให้ตามเดิม
จนกระทั่งวันที่ 20 มิ.ย.2562 นายป่านฯ ไม่สามารถมาประเทศไทยได้ และได้เลื่อนการกลับประเทศไทยมาโดยตลอด และเมื่อ น.ส.เอ ทวงถามเรื่องเงินที่โอนไปให้ นายป่านฯก็ผลัดผ่อนมาตลอด และต่อมา น.ส.เอ ทราบเรื่องต่างๆที่นายป่านฯ บอกนั้นไม่เป็นความจริง จึงรู้ว่าถูกหลอก และไม่สามารถติดต่อนายป่านได้อีก จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พฤติการณ์จับกุม เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ในหมู่ที่ 1 ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้บูรณาการกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช และ ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อตรวจสอบ และพบผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ นายป่านฯ ตรวจดูและอ่านดูจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าตนรู้จักกับ น.ส.เอ เป็นเวลานาน ผ่านทางเกมออนไลน์ โดยตนใช้ชื่อในเกมส์ว่า “U1DIL” และได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เล่นเกมนี้มาสักพักเนื่องจากโดนบล็อกของระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพเป็นพ่อครัวอยู่ในฮ่องกง ไม่ได้เป็นเจ้าของแต่อย่างใด การที่ตนได้หลอก น.ส.เอ นั้น ตนเองอยากได้รองเท้าซึ่งมีราคาแพง จึงออกอุบายว่า ย่าของตนป่วย ให้โอนเงินไปยังบัญชีเพื่อนของตน ซึ่งเงินที่ได้มาก็นำไปซื้อของตามที่ตนอยากได้ และอ้างว่าเงินบางส่วนได้ใช้คืนผู้เสียหายไปบ้างแล้ว ซึ่งตนพึ่งกลับมาที่ประเทศไทยเพราะมีเหตุการณ์ไม่สงบที่ฮ่องกง มีอาชีพออกแบบเสื้อผ้าในเกมออนไลน์ และคบอยู่กับแฟนสาวคนใหม่

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์
ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
... อ่านต่อย่อสั้น

28 May 2020, 9:52

กองปราบรวบ หนุ่มพ่อครัว“ตุ๋นรักเกมออนไลน์” อ้างเป็นเจ้าของร้านอาหารในฮ่องกง กุเรื่องญาติป่วย หลอกสาวให้โอนเงินมา สุดท้ายเปย์แฟนสาว
กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ  วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง, พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.นฤทธิ์  ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดำเนินการสืบสวนจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฎิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป. บูรณนาการกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3 , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ และ ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม
ร่วมกันจับกุม นายทศพล หรือ ป่าน (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 123/2563 ลง 21 พ.ค. 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง”
สถานที่จับกุม บริเวณหมู่ 1 ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์
พฤติการณ์ในคดี เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 น.ส.เอ ผู้เสียหาย ได้เล่นเกมออนไลน์ (ซึ่งเป็นเกมที่มีการสร้างตัวตนบนโลกโซเชียลสามมิติโดยเกมนี้สามารถแชทกับเพื่อนและจำลองสถานการณ์เสมือนจริงกับผู้เล่นอื่น) และได้รู้จักกับนายป่าน โดยมีการพูดคุยในเกมออนไลน์ ซึ่งนายป่านได้หลอกลวง น.ส.เอ อ้างว่าตนเป็นลูกเจ้าของร้านอาหารที่ฮ่องกง มีหน้าที่ดูแลกิจการร้านอาหารที่ฮ่องกง
ต่อมาประมาณต้นเดือน มิถุนายน 2562 นายป่านฯ ได้หลอกลวง น.ส.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าย่าของนายป่านฯ ป่วยเป็นมะเร็ง พักรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ไม่มีเงินรักษา ต้องการใช้เงินด่วน ซึ่งนายป่านฯ หาทางส่งเงินให้ญาติไม่ได้ เพราะร้านส่งเงินปิดหมด และได้บอกว่าตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่จองไว้เลื่อนตั๋วไม่ได้ จึงบอกให้ น.ส.เอ โอนเงินจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชีของ นายต้น ซึ่งอ้างว่าเป็นญาติของนายป่านฯ ไปให้ก่อน และ น.ส.เอ หลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีดังกล่าวไป หลังจากที่ น.ส.เอ ได้โอนเงินจำนวน 20,000 บาทแล้ว ต่อมาประมาณอีก 2 วัน นายป่านฯ ได้ติดต่อ น.ส.เอ อีกครั้งว่าต้องการใช้เงินจำนวนมาก ให้ น.ส.เอ ไปกู้เงินมาให้จำนวน 20,000 บาท โดยสัญญาว่าเมื่อกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 จะเคลียเงินคืนให้ น.ส.เอ ตามที่ได้บอกให้ น.ส.เอ จึงโอนเงินเข้าบัญชีญาติของนายป่านฯ ตามที่นายป่านบอก และในครั้งสุดท้าย นายป่านฯ ยังคงติดต่อ น.ส.เอ ผ่านทางเฟซบุ๊กเช่นเดิมว่า ให้ช่วยหาเงินอีก 10,000 บาท เป็นครั้งสุดท้าย โดยให้โอนเช้าบัญชีที่นายป่านฯ อ้างว่าเป็นญาติ ซึ่ง น.ส.เอ ก็ยอมโอนให้ตามเดิม
จนกระทั่งวันที่ 20 มิ.ย.2562 นายป่านฯ ไม่สามารถมาประเทศไทยได้ และได้เลื่อนการกลับประเทศไทยมาโดยตลอด และเมื่อ น.ส.เอ ทวงถามเรื่องเงินที่โอนไปให้ นายป่านฯก็ผลัดผ่อนมาตลอด และต่อมา น.ส.เอ ทราบเรื่องต่างๆที่นายป่านฯ บอกนั้นไม่เป็นความจริง จึงรู้ว่าถูกหลอก และไม่สามารถติดต่อนายป่านได้อีก จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายพฤติการณ์จับกุม เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ในหมู่ที่ 1 ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้บูรณาการกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช และ ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อตรวจสอบ และพบผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ นายป่านฯ ตรวจดูและอ่านดูจนเป็นที่เข้าใจดีแล้ว จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าตนรู้จักกับ น.ส.เอ เป็นเวลานาน ผ่านทางเกมออนไลน์ โดยตนใช้ชื่อในเกมส์ว่า “U1DIL” และได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้เล่นเกมนี้มาสักพักเนื่องจากโดนบล็อกของระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ  ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพเป็นพ่อครัวอยู่ในฮ่องกง ไม่ได้เป็นเจ้าของแต่อย่างใด การที่ตนได้หลอก น.ส.เอ นั้น ตนเองอยากได้รองเท้าซึ่งมีราคาแพง จึงออกอุบายว่า ย่าของตนป่วย ให้โอนเงินไปยังบัญชีเพื่อนของตน ซึ่งเงินที่ได้มาก็นำไปซื้อของตามที่ตนอยากได้ และอ้างว่าเงินบางส่วนได้ใช้คืนผู้เสียหายไปบ้างแล้ว ซึ่งตนพึ่งกลับมาที่ประเทศไทยเพราะมีเหตุการณ์ไม่สงบที่ฮ่องกง มีอาชีพออกแบบเสื้อผ้าในเกมออนไลน์ และคบอยู่กับแฟนสาวคนใหม่ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์
ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

Comment on Facebook

ทำกันได้เนาะคน

คนโอนก็โง่ไม่ได้กินฉันหรอกแบบนี้

เล่นเกมรัยวะ

สนุกสนาน

เฮ้ออ

ผมว่าจอมือถือก้อใหญ่อยุ่นะ..กว่าจะอ่านชื่อเจ้าหน้าที่ ไปกี่คน ยศ อะไร ตน.อะไร พร้อมใคร ..หมดล่อไปครึ่งจอแระ😆😆

คนโง่ก็จะตกเป็นเหยื่อคนโกงเสมอ

เห็นใจคุณเอ นะ, ไม่เป็นไรซื้อประสบการณ์ค่ะ

View more comments

สภ.บางแม่นาง ปลื้ม ผบช.ภ.1 เปิดโครงการเรือพุ่มพวง บรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านริมคลอง แห่งแรกในภาค 1

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 พ.ค. 63 ที่หน้าวัดเทพนิมิตร ริมท่าน้ำคลองบางใหญ่ ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี : พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 และ นางนฤมล บัวรับพร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1 รรท.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และผกก.สถานีตำรวจในจังหวัดนนทบุรีทั้ง 11 สถานี พร้อมด้วย ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ประธาน กต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน), นายพิทักษ์พงษ์ ปรุงเสริม กต.ตร.จว.นนทบุรี ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.บางแม่นาง, คณะ กต.ตร.สภ.บางแม่นาง, คณะกต.ตร.จว.นนทบุรี, คณะที่ปรึกษา กต.ตร. และ คณะแม่บ้านตำรวจ ร่วมกันแจกอาหารแก่ประชาชน ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ทุกกองบัญชาการจัดทำโครงการ “รับอาหารฟรี
ครับ” บริการประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทางตำรวจภูธรภาค1 ได้มีการประชุมมอบแนวทางการปฏิบัติตามนโยบาย โดยได้ดำเนินการตามโครงการ “รถพุ่มพวง รับอาหาร รับของใช้ฟรีครับ” บรรเทาทุกข์ โควิด 19 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง สภ.บางแม่นาง จึงได้จัดทำโครงการ “เรือพุ่มพวง รับอาหาร รับของใช้ฟรีครับ บรรเทาทุกข์ โควิด 19” เพื่อส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ คนชรา ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยากลำบากจำเป็นต้องใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางและในการแจกจ่ายอาหารให้ถึงมือ

สำหรับโครงการเรือพุ่มพวง รับอาหารฟรี รับของใช้ฟรี บรรเทาทุกข์โควิด19 ได้รับการสนับสนุนจาก กต.ตร.สภ.บางแม่นาง, กต.ตร.จว.นนทบุรีและภาคเอกชน โดยนำข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาล น้ำปลา ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริกเผา ผักสด ผลไม้ และข้าวกล่อง แจกจ่ายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง ซึ่งบางหลังรถพุ่มพวงไม่สามารถเข้าถึง อีกทั้งผู้ยากไร้ส่วนใหญ่เป็นคนชรา ผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่บ้านไม่สามารถเดินทางออกมารับสิ่งของบริจาคได้ด้วยตนเอง จากการร่องเรือประมาณ 1 ชม. ตลอดคลองบางใหญ่ระยะทางประมาณ 3 กม.แจกจ่ายอาหารไปทั้งหมด 250 ชุด สร้างความดีใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ที่หน่วยงานรัฐยังเล็งเห็นถึงความยากลำบากของคนที่อยู่ริมคลองและริมน้ำ

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า จากโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโควิด19 ขาดแคลนอาหารและหาซื้อสิ่งของใช้ยากลำบาก จึงได้ทำโครงการรับอาหารฟรีครับ โครงการรถพุ่มพวง จนกระทั้งพบว่าบ้านเรือนบางหลังรถไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมน้ำ จึงได้จัดทำโครงการเรือพุ่มพวง และตนได้ถือโอกาสเปิดโครงการนี้ในพื้นที่ สภ.บางแม่นาง เป็นที่แรกเพราะมีคลองที่ประชาชนอาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งคลอง ซึ่งหลีงจากนี้จะให้ทางสถานีตำรวจอื่นๆ นำโครงการไปทำต่อในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 1 โดยให้สำรวจในพื้นที่ของตนเองว่ามีชาวบ้านริมคลองหรือไม่ และจัดทำโครงการเรือพุ่มพวงนำอาหารไปแจกจ่าย เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนริมน้ำต่อไป
... อ่านต่อย่อสั้น

28 May 2020, 9:34

Comment on Facebook

ขอชื่นชมว่า ดีมากๆค่ะ

ขออนุโมทนาบุญครับ

ดีอะ่

คือดีงาม🙏🏼🙏🏼🥰🥰

สุดยอดมากค่ะ, น่าชื่นชมเจ้าหน้าที่เป็นที่พึ่งของปชช.ในทุกสถาณการ (สงสารพี่น้องชาวไทยเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง ไอ้ Covid 19 )

น่ารักมากๆ

View more comments

หนุ่มเวฟหัวร้อน ฟาดลุงแท็กซี่บาดเจ็บ เข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจเตรียมตั้งสองข้อหา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงตามที่สื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ กรณี “หนุ่มมอไซค์ขับปาดหน้ารถแท็กซี่ แล้วโดนชนท้าย ไม่พอใจ คว้าหมวกกันน็อกฟาด-ใช้ไขควงแทง” เหตุเกิดบริเวณถนนราชพฤกษ์ แยกบางพฤกษ์ (กัลปพฤกษ์-บางบอน1) แขวงบางแค เขตบางแค กทม. ในเขตพื้นที่ สน.เพชรเกษม ว่า

ได้รับรายงานจาก สน.เพชรเกษม ว่า วันนี้ (27 พ.ค.63) เวลาประมาณ 14.30 น. ได้มีชาย อายุ 75 ปี ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่าขณะที่ตนกำลังขับรถแท็กซี่ มายังบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ขับรถเฉี่ยวขนกับจักรยานยนต์คู่กรณี และจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักไปชนกับรถกระบะอีกคันหนึ่ง ได้รับความเสียหาย จากนั้น ได้ขับออกมาจากบริเวณดังกล่าว และถูกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทำร้ายร่างกาย โดยใช้หมวกกันน็อคฟาดและใช้ไขควง จากนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้หลบหนีไป

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้ส่งตัวผู้รับบาดเจ็บไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีชายอายุ 32 ปี เดินทางเข้ามาแสดงตนต่อ พนักงานสอบสวน ว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีก ว่า คดีนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ คดีทำร้ายร่างกายและคดีทางจราจร ซึ่งในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายนั้น ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะทำการแจ้งข้อหาผู้กระทำความผิดในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และในส่วนของคดีทางจารจร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กล้องวงจรปิดและพยานบุคคล เป็นต้น เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางคดีและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนน อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เมื่อเกิดเหตุควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าใช้กำลังตัดสิน เพราะไม่ว่าการกระทำใดการกระทำหนึ่งอาจส่งผลเสียแก่ตนหรือผู้อื่นได้ โดยนำหลักฐานด้วยการถ่ายภาพทะเบียนรถ ตำหนิรูปประพรรณ สี ยี่ห้อ รุ่น หรือหลักฐานอื่น ๆ มาแจ้งที่สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบ หรือแจ้งสายด่วน 191 ได้ ตลอด 24 ชม.
... อ่านต่อย่อสั้น

27 May 2020, 21:05

หนุ่มเวฟหัวร้อน ฟาดลุงแท็กซี่บาดเจ็บ เข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจเตรียมตั้งสองข้อหาพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงตามที่สื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ กรณี “หนุ่มมอไซค์ขับปาดหน้ารถแท็กซี่ แล้วโดนชนท้าย ไม่พอใจ คว้าหมวกกันน็อกฟาด-ใช้ไขควงแทง” เหตุเกิดบริเวณถนนราชพฤกษ์ แยกบางพฤกษ์ (กัลปพฤกษ์-บางบอน1) แขวงบางแค เขตบางแค กทม. ในเขตพื้นที่ สน.เพชรเกษม ว่าได้รับรายงานจาก สน.เพชรเกษม ว่า วันนี้ (27 พ.ค.63) เวลาประมาณ 14.30 น. ได้มีชาย อายุ 75 ปี ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่าขณะที่ตนกำลังขับรถแท็กซี่ มายังบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ขับรถเฉี่ยวขนกับจักรยานยนต์คู่กรณี และจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักไปชนกับรถกระบะอีกคันหนึ่ง ได้รับความเสียหาย จากนั้น ได้ขับออกมาจากบริเวณดังกล่าว และถูกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทำร้ายร่างกาย โดยใช้หมวกกันน็อคฟาดและใช้ไขควง จากนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้หลบหนีไปทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้ส่งตัวผู้รับบาดเจ็บไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีชายอายุ 32 ปี เดินทางเข้ามาแสดงตนต่อ พนักงานสอบสวน ว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไปรองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีก ว่า คดีนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ คดีทำร้ายร่างกายและคดีทางจราจร ซึ่งในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายนั้น ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะทำการแจ้งข้อหาผู้กระทำความผิดในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และในส่วนของคดีทางจารจร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กล้องวงจรปิดและพยานบุคคล เป็นต้น เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางคดีและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนน อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เมื่อเกิดเหตุควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าใช้กำลังตัดสิน เพราะไม่ว่าการกระทำใดการกระทำหนึ่งอาจส่งผลเสียแก่ตนหรือผู้อื่นได้ โดยนำหลักฐานด้วยการถ่ายภาพทะเบียนรถ ตำหนิรูปประพรรณ สี ยี่ห้อ รุ่น หรือหลักฐานอื่น ๆ มาแจ้งที่สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบ หรือแจ้งสายด่วน 191 ได้ ตลอด 24 ชม.

Comment on Facebook

ทำไมใจร้ายจังนี่มันรุ้นพ่อมึงเลยนะ

นรก นอกจากมันใช้หมวกกันน็อคฟาดจนหน้า จนหัว ยับเลือดอาบ มันใช้ซากูไรไขควง แทงแขนคนแก่นี้พรุนทั้งแขน น่าเอาคืนมาก ๆ น่าล่าค่าหัวจริง ๆ ทำอะไรจะขนาดนั้น

ใจมึงแมร่งเหี้ยมมากๆ คิดอะไรอยู่ว่ะ แมร่งเหี้ยจริงๆ

คนแก่ เด็ก สตรี ได้หมด

ทุเรศ​รังแกคนแก่น่าขยะแขยง​มันสมองน้อย

ใจดําจัง

นรกสั่งมึงมาเกิดจริงๆ ไอ้เหี้ยยยยยยยย

คนทุกวันนี้ใช้แต่อารมณ์​ของตนเป็นการตัดสินใจ​ ขอให้ทุกคนเอาธรรมะเข้าข่มใจกันบ้างค่ะ​ คิดกลับไปก่อนทำว่า​ถ้าคนอื่นทำกับเราเหมือนเราจะทำกับคนอื่น​ เราจะคิดอย่างไรค่ะ

มึงทำได้ไงวะมึงเก่งจริงๆ

สงสารลงจัง

สงสารลุงมาก ขอให้ลุงแข็งแรงเร็วๆนะคะ

ทำลุงเคาใมครับ ถ้าคิดว่า ถ้าว่าคุณแน้น มากแอ๊ด มาหาผมใด้เลย ครับ ส้สใจหมา

ใจดำสงสารลุง

ควรมีบทลงโทษให้หนักไม่ใช่ว่าใหว้สวยๆเรื่องก็จบกำประเทศไทย

ตีคนแก่ อายุ75 ด้วยหมวกกันน็อค ระยำแท้

มีอาวุธในมือ ต้องพยามฆ่าแล้ว

บักเบาหวานเปียกเอ้ย

ไม่ใช่ฮาโย่วเนาะ ชลีรัตน์ นัครา ทรงเหมือนมาก 😅

ไม่มีคำพูด. สัตว์

ข่าวนี้รับไม่ได้จริงๆ โคตรสงสารลุง

เอาไห้หนักคนระยำ

เลวที่สุดทำคนไม่มีทางสู้แถมเป็นคนอก่อีกจิงใจทำด้วยไรเนี่ย

ทำคนไม่มีทางสู้ได้ไง 😔

เอามันติดคุก

View more comments

โหลดข่าวเพิ่มเติม..

ตำรวจทำดี

Facebook Fanpage :: @GoodPoliceThailand

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons
วันที่ 9 ก.ค.62 ร.ต.อ.ธวัช ปั้นเหน่ง รอง ผบ.ร้อยตชด.344 อ.ท่าสองยาง จ.ตาก  พร้อมกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ จำนวน 15 นาย ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุอุทกภัย( น้ำป่าไหลหลาก ) บริเวณโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ที่บ้านเบอลู่โค๊ะ หมู่ที่ 1ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง หลังจากรับแจ้งว่า มีผู้ประสบภัยฯ จำนวน 26 คน มีทั้งคนในพื้นที่ และชาวต่างชาติ( ผู้เผยแพร่ศาสนา ) ติดอยู่ในโบสถ์ และตามที่อยู่อาศัยที่ออกมาไม่ได้ เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกราก ไหลแรงมาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปช่วยเหลือโดยใช้เชือก โยงคนละฝั่งของจุดที่น้ำไหลผ่าน โดยให้เกาะติดกับเชือก และข้ามมาได้ปลอดภัยทุกคน#ตำรวจทำดี ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตชด.344 และ tnnthailand
ที่มา : https://www.tnnthailand.com/content/11905

วันที่ 9 ก.ค.62 ร.ต.อ.ธวัช ปั้นเหน่ง รอง ผบ.ร้อยตชด.344 อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ จำนวน 15 นาย ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุอุทกภัย( น้ำป่าไหลหลาก ) บริเวณโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ที่บ้านเบอลู่โค๊ะ หมู่ที่ 1ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง หลังจากรับแจ้งว่า มีผู้ประสบภัยฯ จำนวน 26 คน มีทั้งคนในพื้นที่ และชาวต่างชาติ( ผู้เผยแพร่ศาสนา ) ติดอยู่ในโบสถ์ และตามที่อยู่อาศัยที่ออกมาไม่ได้ เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกราก ไหลแรงมาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปช่วยเหลือโดยใช้เชือก โยงคนละฝั่งของจุดที่น้ำไหลผ่าน โดยให้เกาะติดกับเชือก และข้ามมาได้ปลอดภัยทุกคน

#ตำรวจทำดี ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตชด.344 และ tnnthailand
ที่มา : www.tnnthailand.com/content/11905
... อ่านต่อย่อสั้น

09 Jul 2019, 14:16

วันที่ 8 ก.ค. 2562 เวลา 07:50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจโครงการเหนือ 1-2 พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็ว รับแจ้งจากกู้ชีพนเรนทรผ่านทางศูนย์วิทยุโครงการว่า มีผู้ป่วยหมดสติ บริเวณตลาดศรีดินแดง นเรนทรกำลังจัดรถกู้ชีพสนับสนุน ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริชุดดังกล่าวจึงเร่งไปให้การสนับสนุน เมื่อกู้ชีพนเรนทรและจร.โครงการฯไปถึง ผู้ป่วยได้หยุดหายจึงต้องเร่งทำ CPR จนมีสัญญาณชีพ จากนั้นจึงเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยซึ่งต้องทำ CPR ต่อเนื่องด้วยเครื่องอัตโนมัติส่ง รพ.ราชวิถี เรียบร้อย

#ตำรวจทำดี ขอขอบคุณ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร

ที่มา : www.facebook.com/watch/?v=2247598718656657
... อ่านต่อย่อสั้น

08 Jul 2019, 19:02

โหลดข่าวเพิ่มเติม..