ประวัติความเป็นมา

1.buriram2561

สถานที่ตั้งที่ทำการ
อาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์(หลังเดิม)ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร บนที่ราชพัสดุแปลงเลขที่ บร 25 เนื้อที่ 9-3-55 ไร่ ฝั่งทิศเหนือของถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ รหัสไปรษณีย์ 31000 หมายเลขโทรศัพท์ 0 4461 2123, 0 4461 1199, 0 4461 2311 หมายเลขโทรสาร 0 4461 1199, 0 4460 1971 และ 0 4461 2123 หมายเลขโทรศัพท์ของสื่อสารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (สสป.) 37175

หมายเลขโทรศัพท์ประจำงานต่างๆ
สำนักงานผู้บังคับการ 0 4461 2311
ฝ่ายอำนวยการ
งาน 1 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานธุรการ/กำลังพล) 0 4462 1643
งาน 2 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานการข่าว/งานนโยบายและแผน) 0 4462 1642
งาน 3 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานส่งกำลังบำรุง) 0 44621644
งาน 4 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (กิจการพลเรือน/งานประชาสัมพันธ์) 0 4461 2123
งาน 5 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานงบประมาณและการเงิน) 0 4462 1645
งาน 6 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานคดีและวินัย) 0 4461 2611
งาน 7 ฝอ.ภ.จว.บุรีรัมย์ (งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) 0 4461 2269
-สื่อสาร 0 4461 1199, 0 4461 2123, 0 4460 1971 มท.37175
กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ – 0 4462 1641, 0 4462 1005
-นปพ.กก.สืบสวน 0 4462 5726
กลุ่มงานสอบสวน 0 4461 2511
เขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดกับสวนรมย์บุรีเทศบาลเมืองบุรีรัมย์
ทิศใต้ ติดกับถนนจิระ ตรงข้ามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์
ทิศตะวันออก ติดกับที่ดินของเอกชน
ทิศตะวันตก ติดกับคลองน้ำสาธารณะ ตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ (หลังเดิม)

ประวัติการจัดตั้ง
ปี พ.ศ.2482 กรมตำรวจได้มีประกาศจัดตั้งให้มีหน่วยงานที่ควบคุม ดูแลการบริหารงานตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ ์ขึ้น เรียกว่า “กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์” มีหัวหน้าหน่วยงานระดับผู้กำกับการเป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งตำแหน่ง ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ คนแรก คือ พันตำรวจตรีหลวงสุวรรณเมืองแมน และได้มีผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต่อ ๆ กันมา โดยขึ้นการบังคับบัญชากับกองบังคับการตำรวจภูธร 4 จังหวัดนครราชสีมา
ปี พ.ศ.2533 ได้รับการยกฐานะให้เทียบเท่ากองบังคับการ เรียกชื่อหน่วยงานว่า “ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ มีหัวหน้าหน่วยงานระดับ รองผู้บังคับการ เป็นผู้บังคับบัญชา มีรองผู้บังคับการหัวหน้าคนแรก คือ พันตำรวจเอกเสริมศักดิ์ แก้วกันทา ขึ้นการบังคับบัญชากับ กองบัญชาการตำรวจภูธร 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบพื้นที่ 16 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปี พ.ศ.2541กรมตำรวจได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานขึ้นมาใหม่ โดยได้แยกการบังคับบัญชาออกจาก กระทรวงมหาดไทย มาขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี โดยตรงเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจาก “กรมตำรวจ” เป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการยกฐานะเป็นตำรวจภูธรจังหวัด
ชั้น 1 มีหัวหน้าหน่วยงานระดับผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชา โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์คนแรก คือ พลตำรวจตรี ธีระ ชำนาญหมอ ขึ้นการบังคับบัญชากับ ตำรวจภูธรภาค 3 (จังหวัดนครราชสีมา) และตำรวจภูธรภาค 3 มีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ 8 จังหวัด คือ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, ชัยภูมิ , บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศีรสะเกษ, ยโสธร, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ

จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดที่ปรากฏ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีกว่า 1,000 ปี มาแล้ว ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โซนอีสานใต้ ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ ประมาณ 411 กิโลเมตร โดยทางรถไฟ ประมาณ 376 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 10,393.945 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่เป็นอันดับ 17 ของประเทศ)
ทิศเหนือ : จรดพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และ จังหวัดมหาสารคาม
ทิศใต้ : จรดพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และประเทศกัมพูชายาวกว่า 44 กิโลเมตร มีช่องผ่านแดน 15 ช่อง
ทิศตะวันออก : จรดพื้นที่จังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันตก : จรดพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
•แบ่งเขตการปกครองของจังหวัดบุรีรัมย์ออกเป็น :
23 อำเภอ
1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด
3 เทศบาลเมือง
59 เทศบาลตำบล
146 องค์การบริหารส่วนตำบล
2,212 หมู่บ้าน
• มีประชากรประมาณ 1,579,248 คน มากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ
• มีพื้นที่ประมาณ 10,322.885 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 17 ของประเทศ

• สถานภาพทั่วไปของหน่วย:
• ประกอบด้วยสถานีตำรวจในสังกัด 34 สถานี ได้แก่
– สถานีตำรวจภูธรระดับ ผกก. 27 สถานี
– สถานีตำรวจภูธรระดับ สวญ. 4 สถานี
– สถานีตำรวจภูธรระดับ สว. 3 สถานี
• กำลังพลทั้งสิ้น จำนวน 2,607 นาย แยกเป็น
– ชั้นสัญญาบัตร อัตรา 763 นาย คนครอง 737 นาย
– ชั้นประทวน อัตรา 2,891 นาย คนครอง 1,870 นาย
• ตำรวจ 1 นาย รับผิดชอบประชากร 606 คน และรับผิดชอบพื้นที่ 3.95 ตารางกิโลเมตร
•ยานพาหนะ จำนวน 919 คัน ได้แก่
รถราชการ
– ดีเซล 33 คัน
– บรรทุก 4 คัน
รถเช่า
– รถยนต์สายตรวจ 68 คัน
– รถร้อยเวร 31 คัน
– รถผู้ต้องหา 11 คัน
– รถสืบสวน 37 คัน
– รถตู้ 34 คัน
รถจักรยานยนต์ 701 คัน
•เครื่องมือสื่อสาร จำนวน 1,759 เครื่อง ได้แก่
– วิทยุสื่อสารแบบมือถือ 1,220 เครื่อง
– วิทยุหิ้วถือ 131 เครื่อง
– วิทยุติดรถ 342 เครื่อง
– วิทยุประจำที่ 66 เครื่อง
•อาวุธปืน จำนวน 1,677 กระบอก ได้แก่
-ปลย.16 28 กระบอก
-ปลย.11 630 กระบอก
-ปลก.05 137 กระบอก
-ปลก.14 38 กระบอก
-ปซด.02 143 กระบอก
-ปซด.03 27 กระบอก
-ค.10 5 กระบอก
-ปพม.91 669 กระบอก